เมื่อตำนานสัตว์หิมพานต์ถูกนำกลับมาสร้างเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นสามมิติแบบเต็มรูปแบบ ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์ คือผลงานที่กล้าท้าทายทั้งในแง่ของทุนสร้างและความคาดหวังของผู้ชมชาวไทย ผลงานจากทีมผู้สร้างที่ตั้งใจนำเสนอตำนานไทยผ่านมุมมองที่ร่วมสมัยและสนุกสนาน แต่จะลงตัวหรือไม่ เราไปหาคำตอบกัน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคก่อนมนุษย์ครองโลก เมื่ออาณาจักรอโยธยาของพญาวัชระครุฑถูกกองทัพรากษส (ยักษ์) ที่นำโดยพญาโคกกะโถมรุกรานอย่างหนัก วัชระครุฑต้องฝ่าวงล้อมข้ามมหานทีสีทันดรไปขอความช่วยเหลือจากเหล่าสัตว์พิสดารในป่าหิมพานต์ อาทิ คชสีห์ นรสิงห์ วานร รวมถึงกินนรที่เคยเป็นศัตรูกัน เพื่อร่วมกันกอบกู้บ้านเมือง สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์จึงบังเกิดขึ้น โดยมีวชิระ (Nadech) นักรบหนุ่มครุฑและสุบรรณ (Rong) เจ้าชายยักษ์ผู้แปรพักตร์เป็นตัวแทนของมิตรภาพที่ข้ามผ่านความขัดแย้ง
งานการแสดงและตัวละคร
การพากย์เสียงเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของหนังเรื่องนี้ Nadech Kugimiya ในบทวชิระถ่ายทอดอารมณ์ของนักรบผู้เสียสละได้อย่างมีมิติ โดยเฉพาะฉากดราม่าที่ต้องสื่อสารผ่านการพากย์ล้วนๆ Rong Kaomulkadee ในบทสุบรรณก็ทำได้ดีเช่นกัน เสียงทุ้มต่ำของเขาช่วยเสริมบุคลิกของเจ้าชายยักษ์ผู้มีปมในใจ ตัวละครรองอย่างเหล่าสัตว์หิมพานต์แต่ละตัวมีเอกลักษณ์ชัดเจน แม้บางตัวจะปรากฏตัวน้อยไปหน่อย แต่ก็ยังสร้างสีสันให้เรื่องราวได้
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ Chaiporn Panichrutiwong สามารถสร้างโลกแฟนตาซีที่คุ้นตาแต่ก็แปลกใหม่ได้อย่างน่าสนใจ งานภาพสามมิติแม้จะไม่ถึงระดับสตูดิโอระดับโลก แต่ก็มีความละเอียดและสวยงามในหลายฉาก โดยเฉพาะการออกแบบสัตว์หิมพานต์ที่ดูมีชีวิตชีวา ฉากแอคชั่นการบินของครุฑและศึกใหญ่ทำได้มันส์สมกับที่เป็นหนังสงคราม เพลงประกอบโดยเฉพาะธีมหลักช่วยเสริมอารมณ์ของหนังได้ดี แต่บางจังหวะการตัดต่อยังรู้สึกสะดุดเล็กน้อย
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์ น่าสนใจคือการหยิบเอาตำนานไทยที่หลายคนรู้จักแต่ไม่เคยเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวมาก่อนมาสร้างเป็นหนังแฟนตาซีสงครามเต็มรูปแบบ แม้พล็อตเรื่องจะค่อนข้างเส้นตรงและมีหลายจุดที่เดาได้ง่าย แต่ก็เป็นสูตรสำเร็จที่ใช้ได้ดีสำหรับหนังแนวนี้ ประเด็นเรื่องมิตรภาพข้ามเผ่าพันธุ์และการให้อภัยถูกส่งผ่านตัวละครอย่างมีชั้นเชิง อย่างไรก็ตาม การดำเนินเรื่องในบางช่วงอาจรู้สึกยืดเยื้อ และการพัฒนาตัวละครรองบางตัวก็ยังไม่ลงลึกเท่าที่ควร โดยรวมแล้วหนังเป็นก้าวสำคัญของวงการแอนิเมชั่นไทยที่ควรค่าแก่การสนับสนุน
สรุป
สำหรับคนที่รักแฟนตาซีและอยากสนับสนุนวงการแอนิเมชั่นไทย ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์ เป็นหนังที่คุ้มค่าดู แม้จะไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นศักยภาพของทีมงานไทย เหมาะกับทั้งครอบครัวที่อยากดูหนังสนุกๆ และคนที่สนใจตำนานสัตว์หิมพานต์
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +งานภาพสวย ออกแบบสัตว์หิมพานต์ได้มีเอกลักษณ์
- +การพากย์เสียงจากนักแสดงชื่อดังทำได้ดีมีอารมณ์
- +เนื้อเรื่องให้ข้อคิดเรื่องมิตรภาพและการให้อภัย
👎 จุดด้อย
- −การดำเนินเรื่องช่วงกลางค่อนข้างยืดเยื้อ
- −ตัวละครรองบางตัวได้รับเวลาน้อยเกินไป
- −งานแอนิเมชั่นบางฉากยังขาดความลื่นไหล
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หนังมีความรุนแรงของสงครามพอสมควร แต่ไม่มีเลือดหรือฉากโหดร้าย เหมาะกับเด็กอายุ 10 ปีขึ้นไปที่ชอบแฟนตาซีและแอคชั่น
ปัจจุบันมีเพียงภาคเดียวที่ฉายในปี 2561 ยังไม่มีข่าวภาคต่ออย่างเป็นทางการ
เป็นหนึ่งในแอนิเมชั่นไทยไม่กี่เรื่องที่ใช้ตำนานสัตว์หิมพานต์เป็นแกนหลัก และมีทุนสร้างสูง งานภาพและเสียงถือว่าทำได้ดีในระดับประเทศ